Saturday, September 18, 2010

เคล็ดลับในการใช้โปรแกรมเทรด MT4 , Hot Key และการตั้งค่าต่างๆในโปรแกรมเทรด

เคล็ดลับในการใช้โปรแกรมเทรด MT4 , Hot Key และการตั้งค่าต่างๆในโปรแกรมเทรด

-การใช้ Full Screen เต็มจอ: กด F11 เพื่อขยายดูกราฟเต็มจอ และกด F11 เพื่อคืนค่าเดิม


-ctrl+m=Market watch ตารางแสดงค่าเงิน


-ctrl+n= Navigator ในส่วนของ Navigator นี้จะแสดง Account , Expert advisor , Indicators , Custom Indicators และ Scripts


-Ctrl+t=Terminal  จะแสดงหน้าต่างการเทรดของเราเอง ซึ่งจะมี Trade , Account History,News, Alerts , Mailbox,Expert และ Journal

เราสามารถย่อหน้าต่าง Terminal ลงได้ โดยการคลิกเม้าซ้าย2 ครั้ง ที่แท็บ Terminal
นอกจากนี้เรายังสามารถลาก (Drag) Terminal ไปไว้ตรงไหนก็ได้ โดยการคลิกซ้ายค้างที่ Terminal แล้วก็ลากไปใส่ไว้บนกราฟ

-Ctrl+d =Data window เป็นการแสดงรายละเอียดของกราฟเรา


- เมื่อต้องการให้หน้าต่างของเรากลับมาเหมือนเดิมก็กด F11
-Ctrl+B = Objects list รายการเครื่องมือต่างๆ ที่เราใช้ วาดเขียนอยู่บนกราฟ ถ้าเราต้องการลบหรือแก้ไข สามารถกด Ctrl+B ได้ 
-Ctrl+I = Indicators List กดดูรายการอินดิเคเตอร์ที่อยู่บนกราฟของเรา


การใช้ Hot Key : การใช้ Hot Key เพื่อความสะดวกในการเปิดปิดออเดอร์ การใช้ Indicators , Scripts , EA ตัวต่างๆ  เราสามารถสร้างกำหนด Hot Key  ให้ใช้งานบนคีบอร์ดของเราได้

เช่น ผมต้องการที่จะใช้ MACD โดยไปที่ Ctrl+n ( Navigator) เลือก Custom Indicators แล้วเลือก Macd จากนั้น คลิกขวา เลือก Set hotkey

ตัวอย่างการ Set hotkey ของ 9prof นะครับ

ช่อง Control จะมีให้เราเลือก 2 อัน คือ Ctrl กับ Atl  และช่อง key ให้เราใส่ตัวอักษร หรือตัวเลข ที่เราต้องการกำหนดลงไป
จากตัวอย่าง ถ้าผมต้องการจะ Buy ผมก็กด alt+b  , Sell กด atl+S  ประมาณนี้ครับ
hotkey สามารถช่วยเราได้เยอะนะครับ ลองเข้าไปหาสคริป หรือ EA ต่างใน Forum นี้นะครับ แล้วเอา Scripts กับ EA เหล่านี้มากำหนด Hot key ของเราลงไป http://www.forexfactory.com/showthread.php?t=193727

วันนี้พอแค่นี้ก่อนนะครับ เด๋ววันหน้ามาต่อให้ มีอีกเยอะครับ ขอให้ใช้ Hotkey , Scripts , Expert Advisor ให้เกิดประโยชน์นะครับ

Friday, September 17, 2010

วิเคราะห์แนวโน้มโดยใช้ทฤษฎีอีเลียตเวฟ(Elliott wave) ,Fibonacci , Trendline , รูปแบบกราฟ(Chart Pattern) และอินดิเคเตอร์ทั่วไปประจำวันที่ 13-17 กันยายน 2553-Update ที่หัวข้อนี้ทุกวันครับ

วิเคราะห์แนวโน้มโดยใช้ทฤษฎีอีเลียตเวฟ(Elliott wave) ,Fibonacci , Trendline , รูปแบบกราฟ(Chart Pattern) และอินดิเคเตอร์ทั่วไปประจำวันที่ 13-17 กันยายน 2553 -


EUR/USD(Friday-Wish all Thai Trader have a good trade on weekend ^^) 


เวลาผ่านไปรวดเร็วจริงๆ เผลอแปบเดียววันศุกร์แล้ว ตลาดจะปิดอีกแล้ว บางคนก็ไม่อยากให้มันปิดเลย เพราะเสาร์ อาทิตย์ไม่รู้จะทำอะไร ผมก็เหมือนกันนะ เสาร์อาทิตย์ตลาดปิด แต่ก็มานั่งดูกราฟ แต่นิสัยแบบนี้ไม่ดีนะครับ วันหยุดควรจะพักผ่อนให้เต็มที่ เพื่อเก็บแรงไว้เทรดต่ออาทิตย์หน้า
มาว่ากันต่อกับเรื่องของอียูสไตล์ของ 9prof ครับ
EUR/USD หลังจากเมื่อวานนี้ได้ขึ้นมาทำ High ที่ 1.3117 ซึ่งเป็นตำแหน่งของ Trendline ที่ผมได้ลากไว้พอดี เมื่อชนแล้วไม่ผ่าน เด้งลงทันที โดยที่ตอนนี้ราคาลงมาปรับฐานที่ 1.3060-50 ถ้าไม่ผ่านสองราคานี้ อียูจะกลับไปเทส High เดิมอีกครั้ง 1.3117 และเส้น trendline สีแดง ซึ่่งเป็น wedge ถ้าราคาสามารถผ่านขึ้นไปได้ แนวต้านต่อไปอยู๋ที่ Resistance Trendline เส้นสีเหลือง ตำแหน่งที่ 2 ดังรูป
วิเคราะห์แนวโน้มโดยใช้ Trendline 4 H
ถ้าราคาผ่านแนวต้านที่ตำแหน่งที่สองไปได้ มันจะไปที่ 3 , 4 ตามลำดับ โดยในระยะยาวผมคาดการณ์ว่ามันจะกลับไปทดสอบ High เดิมอีกครั้งที่ 1.3333

แนวโน้มของอียูกราฟสัปดาห์
เรามาดูกราฟ Week กันดีกว่าครับ เห็นแท่งเทียน บ่งบอกความหมายได้หลายๆอย่าง และประกอบกับ Rsi weekly ชี้ขึ้นด้วย เป็นสัญญาณบ่งบอกได้ชัดว่า ราคาไปต่อแน่นอน ถ้าอาทิตย์นี้ ราคาปิดสูงกว่าครึ่งของแท่งเทียน week แนวโน้มต่อไป เป็นแนวโน้มขึ้นแน่นอนครับ แล้วราคาเป้าหมายอาจจะทะลุ High เดิม 1.3333 ด้วยครับ

ข่าว-วันนี้เป็นวันศุกร์ เทรดเดอร์หลายๆคนกลัววันศุกร์กันมาก บางคนถึงกับเรียกมันว่า ศุกร์หฤโหด ผมก็เคยเจอนะครับ เล่นสะสมกำไรมาทั้งอาทิตย์ มาเสียเอาวันเดียวกับวันศุกร์นี่แหระครับ เหนื่อยเปล่า เพราะฉะนั้น วันศุกร์เราควรระวังให้ดีนะ เล่นน้อยๆ Stop loss ด้วย แล้วอีกอย่างอย่าเปิดออเดอร์ทิ้งไว้ เพราะวันจันทร์อาจจะเกิด gap( gap คือช่องว่างของราคา ในช่วงวันเสาร์ วันอาทิตย์ )
วันนี้มีข่าวของ USD สองข่าว ที่มีผลมากๆ เพราะเป็นข่าวสีแดง (High Impact) โดยที่ นักลงทุนจับตาดูข้อมูลเศรษฐกิจที่สำคัญของสหรัฐในวันนี้ โดยสหรัฐจะเปิดเผยดัชนีราคาผู้บริโภค Core CPI(m/m) (CPI) เดือนส.ค.และดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคขั้นต้นเดือนก.ย.(Prelim UoM Consumer Sentiment)
โดยที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้ดีขึ้นทั้งสองข่าว
วันนี้เทรดด้วยความระวังนะครับ ขอให้เขียวๆกันทุกๆคนครับ Happy Weekend 
ขอบคุณทุกๆคอมเม้น 9prof ครับ


EUR/USD(Thursday)


กราฟของอียูตอนนี้ไซเวย์ครับ ขึ้นไปชน Resistance Trendline ด้านบนแล้วไม่สามารถผ่านได้ หลังจากที่กราฟได้พุ่งขึ้น กราฟก็ต้องมีการพักตัว การพักตัวจะทำให้เราเทรดยาก การเทรดกราฟพักตัว ต้องเทรดสั้นๆ โดยใช้ Oscillator เช่น Rsi , macd , stochastic และ bollinger band โดยเฉพาะ โบลินเจอร์แบนจะเหมาะมากกับกราฟไซเวย์ ชนขอบบน เราก็ Sell  ชนขอบล่าง เราก็ Buy ครับ ดังรูปด้านล่างครับ
กราฟอียู ห้านาที
เทรดโดยใช้ Bollinger Band 

ทุกอย่างไม่ได้ง่ายเหมือนในรูปหรอกครับ ต้องดูหลายๆอย่างประกอบ ซึ่ง  9prof จะเขียนไว้ในบทความเรื่องการใช้ bollinger band ครับ ว่าจะดูยังไงกันบ้าง

เรามาดูที่กราฟ สี่ชั่วโมงกันต่อครับ เมื่อวานกราฟไม่วิ่งไปไหนเลย ไซด์เวย์ทั้งวัน ใครที่เป็นเซียนไซด์เวย์เล่นสั้นๆ คงได้เยอะนะครับ จากกราฟ ดูเหมือนว่าอียูจะไม่ผ่าน เทรนไลน์เส้นสีเหลือง ซึ่งเมื่อวานราคาก็ได้ขึ้นไปทดสอบอีกครั้ง แต่ไม่สามารถผ่านได้ ราคาก็ลงมาอีกครั้ง ซึ่งตอนนี้ราคาอยู่ที่ 1.2988 ดูเหมือนว่าจะขึ้นไปต่อ
แนวต้านวันนี้อยู่ที่ High เมื่อวานนะครับ ถ้าผ่านได้ ก็จะไปที่ fibonacci 161.8 ตามรูป แต่ถ้าผ่านไม่ได้อาจจะเป็น Tipple top แล้วก็ลงต่อ คอยดูกันนะครับ
Relative Strength Index - RSI ตอนนี้ rsi ชนแนวต้าน ไม่สามารถทะลุผ่านได้ เป็นสัญญาณบอก Divergence ถ้าราคาทะลุผ่าน Low เมื่อวานนี้ได้จะช่วยยืนยันสัญญาณ Divergence ของเราอีกที ครับ
ดูรูปด้านล่างกันเลยครับ
Divergence Bearish 4H Eur/USD 

ข่าว- วันนี้มีข่าว สำคัญหลายข่าวมาก ยังไงขอให้ระวังด้วยนะครับ อย่าลืม Take Stop loss ด้วย ไม่งั้นอาจจะโดนลากยาวได้ครับ ข่าวสำคัญวันนี้สำหรับ EUR/USD  ดูได้ที่ www.forexfactory.com และดูความหมายของข่าวได้ที่ ความหมายของข่าว 


EUR/USD(Wednesday)

 หลายๆคนอาจจะงงงวยกับการผันผวนของอียู เพราะในช่วงบ่าย ราคาร่วงลงมาเล็กน้อย สาเหตที่ร่วงลงก็เพราะข่าวในช่วงบ่ายของ EURO Zone แต่ราคาก็ดีดตัวขึ้นหลังจากที่ตลาดนิวยอร์คเปิดทำการได้ไม่นาน EUR/USD พุ่งขึ้นขานรับข่าวของ USD ที่ออกมาดีเกินความคาดการณ์ของนักวิเคราะห์ ซึ่งข่าวที่มีผลเมื่อคืนคือ Retail Sales m/m และ Core retail sales m/m ( retail sales คือ ยอดค้าปลีก ส่วน m/m =month = รายเดือน ) ซึ่งยอดค้าปลีกของเดือนสิงหาคมได้เพิ่มขึ้นเป็น 0.4 จากที่นักวิเคราะห์ได้คาดการณ์ไว้ที่  0.3 อีกทั้งยังมีข่าว Bussiness Inventories m/m(Bussiness Inventories คือ สต๊อกสินค้าคงคลัง)   ได้เพิ่มขึ้นเหนือคำคากการณ์ โดยเพิมขึ้นเป็น 1.0 หลังจากที่นักวิเคราะห์ได้คาดการณ์ไว้เพียง 0.5 สาเหตที่ข่าวนี้มีผล ทั้งๆที่เป็นแค่ข่าวสีส้ม (Middle Impact ดูรายละเอียดใน Forexfactory.com ) ก็เพราะว่า สต็อกสินค้าคงคลังในภาคธุรกิจเป็นองค์ประกอบที่สำคัญของตัวเลขผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (จีดีพี) ซึ่งตัวเลขดังกล่าวมีอิทธิพลต่อวงจรทางธุรกิจและการขยายตัวของเศรษฐกิจ ครับ
 วันนี้(wednesday)ให้จับตาดูข่าว Empire State Manufacturing Index ซึ่งนักวิเคราะห์ได้คาดการณ์ไว้ที่ 8.7 เวลา 19.30 น. รอดูกันนะครับ ซึ่งการวิเคราะห์ข่าว ผมจะเขียนบทความเกี่ยวกับการวิเคราะห์ปัจจัยพื้นฐาน(Fundamental Analysis) ในโอกาสต่อไป ครับ

 ** นอกจากเราจะวิเคราะห์ทางเทคนิคได้แล้ว เราต้องศึกษาเกี่ยวกับการวิเคราะห์พื้นฐานด้วย ***
การวิเคราะห์แนวโน้มของ EUR/USD
ภาพการวิเคราะห์แนวโน้มของ EUR/USD ประจำวันพุธ

เข้าสู่การวิเคราะห์ทางเทคนิคของ 9prof ต่อครับ  ราคาได้ทะลุจุด D ที่วิเคราะห์ไว้เมื่อวานขึ้นมาซึ่งเป็น High ที่ 1.2917 มาจนถึง Fibonacci Retracement 138.2 % แล้วราคายังปรับตัวอยู่ในช่วงนี้

แนวโน้มในวันนี้ยังคงเป็นอัพเทรนต่อ โดยแนวต้านแรกอยู่ที่ Resistance TrendLine เส้นที่ 1 ครับ ถ้าราคาสามารถทะลุผ่านได้ จะไปที่ Trendline เส้นสีแดง เส้นนี้นัยสำคัญมาก โดยส่วนมากราคาจะไม่ผ่านเส้นนี้ ถ้าไม่ผ่านจะลงยาวเช่นกัน ลักษณะของเทรนไลน์เส้นสีแดงจะคล้ายๆลิ่ม (Wedge) เมื่อเทียบกับเทรนไลน์เส้นล่าง แต่ถ้าราคาสามารถผ่าน เทรนไลน์เส้นสีแดงได้ ราคาจะทะลุยาวเช่นกัน (ระวังด้วยนะครับ ให้ขีดเทรนไลน์เส้นสีแดงเอาไว้ ) ถ้าราคาสามารถผ่านเส้นเทรนไลน์สีแดงได้ ราคาจะไปที่ Resistance Trendline เส้นที่ 2 และอาจจะไปทดสอบ High เดิมที่ 1.3333

Relative Strength Index , Rsi  ตอนนี้ Rsi ชนแนวต้านที่ผมได้ขีดไว้แล้ว ตรงนี้เป็นแนวต้านที่สำคัญเช่นกัน นอกจากเราจะใช้ Rsi เพื่อบอก Over Bought และ Oversold แล้ว เรายังใช้ Rsi เพื่อหาแนวรับ แนวต้านได้  จากภาพ ผมได้เปรียบเทียบไว้สองจุด คือ จุดที่ี 1 และ 2 ของ ราคา และ Rsi เมื่อเราเอาจุดสองจุดนี้มาเปรียบเทียบกันระหว่างราคาและอาเอสไอ มันจะหมายถึงการ Divergence  ราคาทำ New High เมื่อเทียบกับยอดเก่า แต่ RSI ยังไม่ได้ทำ New High  นี่คือ การ Divergence ครับ (สำหรับมือใหม่นะ ที่ยังไม่รู้อะไร ผมจะอธิบายไปพร้อมกับการวิเคราะห์กราฟไปด้วย เพื่อเป็นแนวทางเอาไปใช้กับการวิเคราะห์ของตัวเอง )

*** สำหรับวันนี้วิเคราะห์ไว้เพียงเท่านี้นะครับ หวังว่าคงเป็นประโยชน์กับเพื่อนๆ พี่ๆน้องๆ ทุกคน ขอบคุณทุกๆคอมเม้นต์ 9prof ขอขอบคุณมากครับ ***
EUR/USD   (วันอังคาร)
วิเคราะห์แนวโน้มกราฟอียูโดย 9Prof


จากภาพด้านบนนะครับ เป็นกราฟอียูที่สี่ชั่วโมง หลังจากที่ราคาได้ล่วงลงไปเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว หลายคนคาดการณ์ว่ามันน่าจะร่วงต่อ แต่ถ้าเราได้ดู Relativa Strength Index (Rsi) เราจะรู้ว่ามัน Divergence แล้ว (Divergence คือ ราคาทำ New Low แต่ Rsi ไม่ได้สร้าง New Low ,Low ใหม่ สูงกว่า Low เก่าเรื่อยๆ)เรื่อง Divergence เด๋วผมจะเขียนบทความให้อ่านนะครับ ถ้ารู้เรื่องนี้ได้ ก็สามารถทำกำไรได้อย่างง่ายดายแล้วครับ)
จากคลื่นอิเลียตเวฟ(Elliott wave) คลื่น 5-a-b-c ยังคงเป็นปัญหาสำหรับผม เพราะผมไม่แน่ใจว่าจะเป็นแบบที่ผมได้วิเคราะห์ไว้หรือป่าว แต่อีกใจก็คิดว่า wave 5 อาจจะเป็น wave 3 ใหญ่ wave a อาจจะเป็นเวฟ 4 ประมาณนี้ครับ
จาก XABCD คือ Harmonic Pattern จุด D เป็นแนวต้าน Resistance TrendLine ถ้าราคาสามารถผ่านแนวต้านนี้ได้ ราคาเป้าหมายอยู่ที่ Fibonacci Retrracement 161.8% (Low 1.2647 High1.2917)
แนวรับของวันนี้อยู่ที่ 1.2850(Fibonacci 76.4%) และFibo 61.8 -50%

หาบทความไหนไม่เจอ กดที่นี่ครับ สารบัญบทความของ Blog 
คอมเม้นได้เต็มที่นะครับ 9prof ขอขอบคุณมากครับ
** ถ้าจำชื่อ Blog ไม่ได้ ไปที่ Google แล้วพิม 9prof นะครับ จะเจอ Blog 9professionaltrader.blogspot.com ครับ ***

คำสั่งพิเศษ Scripts Close all สำหรับใช้ปิดออเดอร์

การใช้คำสั่งปิดออเดอร์ทั้งหมดที่เราได้เปิดไว้โดยใช้ Scripts Close all ในโปรแกรมเทรด MT4
สวัสดีครับ ทุกคน มีเพื่อนผมคนนึงครับอยากสั่งปิดออเดอร์ที่เปิดไว้ทั้งหมดทีเดียว เหมือนกับคำสั่ง Close all ใน Marketiva  ผมก็เลยไปหามาให้ครับ และแสดงขั้นตอนการใช้งานทั้งหมดของ Scripts Close All ครับ
ขั้นตอนการใช้งาน Scipts Close all
1. ดาวโหลด Scripts  ได้ที่นี่ครับ ดาวโหลด Scripts Close all 
2. เมื่อดาวโหลด สคริปเรียบร้อยแล้ว ให้ไป Copy Scripts ตัวนี้ไปไว้ใน My Computer >>> Disk C>>>;Program File >>>> Insta trader ( หรือ Forex Broker ของเราเอง ) >>> Experts >>> Scripts จากนั้น paste
3. เมื่อวางเสร็จ ให้ปิดโปรแกรมเทรด MT4 ก่อน แล้วเปิดขึ้นมาใหม่
4. จากนั้นไปที่ Tools--->Options จากนั้น คลิกตามรูปด้านล่าง ครับ


5.จากนั้นให้เปิด Navigators หรือกด Ctrl+N ก็ได้ แล้วเลือก Script ( Close all Open and pending orders) แล้วลากไปใส่กราฟเลยครับ ดังรูป

นี่เป็นตัวอย่างที่ผมเปิดออเดอร์ไว้เพื่อทดสอบ สคริป Closse all

ลาก Scripts Close all open and pending order มาไว้บนกราฟ

จากนั้น สคริปก็จะทำงานครับ ปิดเร็วหรือไม่เร็ว ขึ้นอยู่กับความเร็วของอินเตอร์เนตของเราด้วยนะครับ แต่ผมรับรองว่าปิดเร็วกว่าปิดมือแน่นอน ออเดอร์ของผมทั้งหมดปิดภายใน 10 วินาที

อีกหนึ่งตัวอย่างครับ ของแถม เอาไว้ตั้งเวลาปิดได้  เช่น สมมติว่าผมเปิดออเดอร์ไว้ที่ สิบโมงเช้า แล้วผมอยากปิดออเดอร์ที่ 10.30 น ผมก็สามารถใช้อีเอตัวนี้ได้
การติดตั้ง
1. ดาวโหลด EA ได้ที่นี่ ดาวโหลด Close_open_order_by_set_pair_set_account_set_time_EA
2. Copy File ไปไว้ที่ My Computer >> Disk C >> Program file >> Insta( your Broker) >>Expert จากนั้นก็ Paste วางอีเอลงไปเลยครับ
3.ปิดโปรแกรมเทรด แล้วเปิดขึ้นมาใหม่
4. เลือก Navigators หรือกด Ctrl+N แล้วเลือก Expert Advisors >> จากนั้นเลือก Close Open order by set pair set time EA  แล้วลากไปใส่กราฟเลยครับ จากนั้นก็ตั้งค่า
สมมติว่าผมเทรดที่ 7 GMT ต้องการปิดที่ 7.01 GMT  ก็ต้องCloseHour = 7,  CloseMinute=1 ดังรูปด้านล่างครับ


แล้วก็กด OK เลยครับ เมื่อถึงเวลาที่เราตั้งไว้ ออเดอร์ของเราก็จะปิดทันทีครับ

วันนี้ 9prof ใจดี ขอแถมอีกหนึ่งครับ เป็น อีเอ  Close Open Orders by set Pair After set Accountprofit EA  ตัวนี้เป็น อีเอสำหรับปิดเมื่อเราได้กำไรแล้ว สามารถตั้งค่าได้ ลองเอาไปใช้กันนะครับ
 สามารถเข้าไปเลือก Scripts พิเศษไว้ใช้งาน ได้ที่ http://www.forexfactory.com/showthread.php?t=193727

วันนี้ 9prof ขอจบเพียงเท่านี้นะครับ ใครมีคำถาม ถามได้เลย ที่ช่องคอมเม้น ครับ ขอบคุณมากครับ

Sunday, September 12, 2010

วิธีการเทรดข่าวนอนฟามในสไตล์ของ 9professionaltrader (Trading Non-Farm Payroll Style 9Professionaltrader)

วิธีการเทรดข่าวนอนฟามในสไตล์ของ 9professionaltrader (Trading Non-Farm Payroll Style 9Professionaltrader) 
การเทรดข่าวนอนฟาม Non-Farm Payroll วิธีนี้ ที่ผมได้ใช้เป็นประจำในการเทรดข่าวนอนฟาม นอกจากข่าวนอนฟามแล้ว ก็ยังสามารถใช้กับการเทรดข่าวแดงๆแรงๆ (High Impact) ได้ทุกข่าว หลักการนี้ผมจะเรียกมันว่า Break out Entry Setting การตั้งราคาเข้าเมื่อมันทะลุ  (ชื่อนี้คิดสดๆเลยครับ) หลักการของมันคือ
-เราจะตั้งราคาไว้ล่วงหน้าที่ราคาสูงสุดและต่ำสุดของช่วงที่ผ่านมา คือจะตั้ง Buy Stop ไว้ที่ High และ Sell Stop ไว้ที่ Low
-เมื่อราคาวิ่งทะลุขึ้นด้านบนก็จะชนราคา Buy stop ที่เราได้ตั้งไว้ และเมื่อ ราคาวิ่งลงมาทะลุ Low ด้านล่างก็จะชน Sell Stop ที่เราได้ตั้งไว้
-การตั้ง Stop Loss  การตั้ง Stop Loss ของ Buy ให้ตั้งที่ ตำแหน่ง Sell Stop บวกไปอีกห้าจุด หรือหาจุด Low ที่ใกล้เคียงกับราคา Sell Stop ในช่วงนั้นๆ และการตั้ง Stop Loss ของ Sell Stop ก็ตั้งที่ตำแหน่ง Buy stop บวกไปอีก ห้าจุด หรือตั้งที่จุดใกล้เคียงกับราคา Buy Stop ในช่วงเวลานั้นๆ
-คำถาม ? อ้าวแล้วถ้ามันวิ่งชนสองฝั่ง ทำไงล่ะ
ตอบ ก็โดน Stop loss ทั้งสองฝั่งไงครับ เสียเบิ้ลเลย เสียสองทาง เพราะฉะนั้นเราควรหาตำแหน่ง Stop Loss ให้เหมาะสม
- อีกหนึ่งคำถาม มีวิธีแก้ไขมั้ย แบบนี้ ถ้าผมไม่ตั้ง Stop Loss จะได้มั้ย เผื่อมันวิ่งสองฝั่งผมจะได้กินทั้งสองฝั่งเลย
 ตอบ  ก็ได้ครับ แต่ถ้ามันวิ่งชน Stop order คุณทั้งสองฝั่ง แล้วมันตัดสินใจไปทิศทางใดทิศทางหนึ่งคุณต้องตัดอีกพอร์ตทันที ไม่งั้นมันลากคุณยาวแน่ๆ อีกวิธีก็คือ ปล่อยให้ราคาลากไป แล้วไปปิดออเดอร์ที่บวกที่แนวรับแนวต้านใหญ่ๆ จากนั้นก็รอราคาเด้งกลับ พอร์ตคุณก็จะมีกำไรละ แต่ผมแนะนำให้ตั้ง Stop Loss ดีกว่า จะได้ไม่ต้องเครียดทีหลัง ติดลบนานๆมันเครียด เกิดอาการจิตตก หลอนประสาท
ด้านล่างนี้เป็นรูปตัวอย่างการเทรดข่าวนอนฟาม (Trading non-farm news)
เป็นกราฟของวันศุกร์ที่ 3 ของเดือนกันยายน 2553 เวลา 19.30 ข่าวนอนฟามจะมีเฉพาะศุกร์แรกของทุกๆเดือน ดูรูปกันเลยครับ
การเทรดข่าวนอนฟาม
การเทรดข่าวนอนฟาม (Trading non-farm payroll) ณ วันศุกร์ที่ 3 เดือนกันยายน 2553 เวลา 19.30 น คู่เงิน GBP/USD
หากเพื่อนๆคนไหนมีข้อสงสัยเกี่ยวกับการเทรดข่าว สามารถถามได้นะครับ ยินดีตอบให้เสมอ .. 9prof
อย่าลืม สมัครสมาชิก บัญชี google gmail เพื่อเป็นผู้ติดตาม Blog กันนะครับ ที่เมนูด้านข้าง

การใช้ Bollinger band ควบคู่ไปกับ Relative Strength Index และ Stochastic Slow ในตลาดฟอเร็กซ์

การใช้ Bollinger band ควบคู่ไปกับ Relative Strength Index และ Stochastic Slow ในตลาดฟอเร็กซ์
บทความนี้ได้มีเพื่อนผมคนนึงครับบอกชื่อเลยละกัน kt2008(user ในมาเก็ตติว่านะครับ) บอกให้ผมช่วยหา Indicators ที่ใช้ควบคู่กับ Bollinger Band หน่อย ซึ่งตอนนั้นผมก็ตอบเพื่อนคนนี้อย่างรวดเร็วไปว่า "เออ ใช้กับ Stochastic Slow ว่ะ"ซึ่งผมยังไม่ได้บอกมันเลยครับ ว่าผมไม่ได้บอกทั้งหมดว่าใช้กับ RSI ได้ด้วย  แต่ว่าใช้ได้เหมือนกัน เพียงแต่ Stochastic บอกสัญญาณที่เร็วกว่า Relativa Strength Index (Rsi)  Oscillators ที่บอกสัญญาณได้เร็วอันดับแรกก็คือ Commodity Channel Index (CCI) และรองลงมาก็คือ Stochatic  สองตัวนี้จะเหมาะสมกับกราฟพักตัว หรือที่เรียกว่ากราฟไซเวย์(Sideway) นั่นเอง เพราะฉะนั้น อย่าได้ใช้อินดิเคเตอร์สองตัวนี้ในการเล่นกราฟที่มีแนวโน้มไปทางเดียวเด็ดขาด เพราะคุณอาจจะถูกหลอกว่ามัน Over Bought (OB= ภาวะตลาดมีแรงซื้อเยอะเกิน )ในช่วงขาขึ้น และภาวะตลาดที่มีแรงขายเยอะเกิน (Over Sold) ช่วงนี้จะเป็นช่วงที่นักลงทุนตกใจ อย่าพยายามคิดว่า มันสุดแล้วหน่า Sell ดีกว่า เหนือฟ้ายังมีฟ้าครับ   เพราะฉะนั้นคุณควรจะศึกษา Elliott wave หรือหาจัดกลับตัวจากการใช้ Fibonacci กันด้วยครับ ทั้งสองสิ่งนี้มันจะทำให้เรารู้ว่ากราฟจะพักตัวตรงไหน จะกลับตัวตรงไหน สามารถพยากรณ์ช่วยเราได้
InstaForex
เปิดบัญชี โบรกเกอร์ Instaforex Rebate 50%



สำหรับบทความนี้นะครับ จะเป็นเรื่อง การใช้  Bollinger Band ผมจะอธิบายตามหลักที่ผมเข้าใจนะครับ
Bollinger Band คือเส้นที่อยู่เหนือราคา และอยู่ตำกว่าราคา สองเส้นนี้จะเป็นกรอบที่ห้อมล้อมราคาไว้ และสามารถบอกเราให้รู้ว่า ราคาควรจะอยู่ในช่วงไหน ซึ่งนี้แหระครับ คือความมหัศจรรย์ของมัน หลายคนอาจจะมีมองข้ามสิ่งที่ง่ายๆไป สิ่งที่สามารถทำกำไรได้ โดยที่ไม่รู้ว่า พื้นฐานนี่แหระครับ เป็นสิ่งที่ดี (Basis(c) is the best ) โบลินเจอร์แบนจะประกอบด้วยทั้งหมด 3 เส้น ในกรณีที่อยู๋ในกราฟ MT4 นะครับ แต่ถ้าอยู่ใน Marketiva จะมีสองเส้น (ให้เพิ่มเส้น MA 20 เข้าไปเพื่อให้มีสามเส้นเหมือนกับ mt4 )
Bollinger band ประกอบด้วย 1. Upper Line เส้นบนสุด  2.Middle Band เส้นกลาง 3. Lower Line เส้นล่างสุด  เส้นกลาง Middle Line ผมจะเรียกมันว่า เส้น Pivot จะใช้เป็นจุดกึ่งกลางของช่วงที่ราคาเคลื่อนที่ โดยกฎทั่วไปของ Bollinger band  ผมจะพิจารณาเป็นสองช่วงนะครับ ช่วงแรกคือกราฟวิ่งทางเดียว หรือที่เรียกว่า กราฟมีแนวโน้มที่ชัดเจน และช่วงที่สองคือ ช่วงกราฟวิ่งขึ้นวิ่งลงเป็น Flat(ขนานในแนวระนาบ) หรือที่เรียกว่ากราฟ Sideway (เหมาะมากกับการใช้โบลินเจอร์แบน)
เรามาดูแบบแรกกันก่อนนะครับ
สภาวะขาขึ้น Bullish 
-ช่วงที่มีแนวโน้มชัดเจน ถ้าเป็นขาขึ้น (Bullish) กราฟจะเกาะเส้นบน (Upper Line ) ไปเรื่อยๆ จนกว่าจะมีการพักตัว
-เมื่อกราฟพักตัวแล้วราคามีการปรับตัวลงมา แต่ราคาไม่สามารถทะลุเส้น Middle Band ไปได้ นั่นหมายความว่า ราคายังจะคงขึ้นต่อไปจนกว่าจะไปชนเส้นบน Upper line อีกครั้ง
-แล้วจุดกลับตัวดูยังไง
   จุดกลับตัวก็ดูจากราคาปิดของแท่งเทียน ถ้าราคาปิดของแท่งเทียนปิดต่ำกว่าครึ่งหนึ่งของแท่งมันเอง นั่นหมายความว่า แนวโน้มของกราฟกำลังจะกลับตัวลงมาที่เส้น Middle Line อีกครั้ง
-แล้วเราจะใช้กับ Time frame ไหน จึงจะเหมาะสมที่สุด
Time Frame หรือ ช่วงเวลาที่เหมาะสมขึ้นอยู่กับตัวคุณเองว่าเล่นสั้น(Short term Trading) หรือเส้นยาว(Long Term Trading) ถ้าเล่นสั้นๆ ก็ใช้ Tf 5 15 นาที แต่ถ้าเล่นยาวๆ ก็ควรจะใช้ มากกว่า 1 H แต่โดยส่วนตัวผมแล้ว ผมใช้กับกราฟ 30 นาที ถือว่าเหมาะสมกับผมที่สุด
ต่อไปเรามาดูสภาวะที่เป็นขาลง Bearish กันบ้างครับ
สภาวะขาลงก็ตรงกันข้ามกับขาขึ้น แต่สภาวะขาลงจะเล่นสนุกกว่าขาขึ้น เพราะลงมากกว่าขึ้น และใช้เวลาน้อยกว่า เทรดเดอร์บางคนรอเล่นเฉพาะขาลง เพราะมันได้กำไรเร็ว
-ถ้าราคาเกาะเส้นล่าง Lower line ไปเรื่อย แสดงแนวโน้มของขาลงยังคงไปต่อ และยังไม่จบอย่างง่ายๆ โดยเฉพาะถ้าแท่งเทียนปิดต่ำกว่าครึ่งของแท่งมันเอง เป็นสัญญาณบอกได้ชัดเจนว่าลงต่อ อย่างแน่นอน
-เมื่อราคามีการพักตัวราคาจะดีดกลับมาที่เส้น Middle Line แต่โดยส่วนมาก ราคามักจะไม่ผ่านเส้นกึ่งกลางนี้
-เมื่อราคาเกิดการพักตัวจะ Side way ไปหาเส้น Middle Line แล้วเมื่อไปชนเส้นนี้ แล้วมีแท่งเทียนขาลงเกิดขึ้น แสดงว่าแนวโน้มยังคงลงต่อไปและไปหาเส้นล่าง(Lower Line ) เสมอ

-แล้วจุดกลับตัวล่ะ ดูยังไง
จุดกลับตัวก็ดูตรงข้ามกับกราฟขาขึ้น จุดกลับตัวของกราฟขาลง ถ้าราคาทะลุเส้นโบลินเจอร์แบนลงไปแล้ว เด้งกลับขึ้นมาแล้วลักษณะของแท่งเทียนแสดงเป็นลักษณะ โดจิ ค้อน หรือดูราคาปิดก็ได้ ถ้าราคาปิด ปิดสูงกว่ากึงกลางของแท่ง ก็แสดงว่า เริ่มจะกลับตัว

ช่วงที่สอง กราฟวิ่งขึ้นวิ่งลง หรือเรียกกันว่ากราฟไซด์เวย์ นั่นเอง
กราฟไซเวย์ดูง่ายครับ ถ้าใช้ Bollinger Band ลักษณะของโบลินเจอร์จะเป็นช่องขนานไปกับแนวระนาน โดยที่
- เส้นบนจะกลายเป็นแนวต้านทันที นั่นหมายความว่า ถ้าราคาขึ้นไปแล้วไม่ผ่าน มันก็จะวิ่งลงมาหาเส้นล่าง แล้วถ้าไม่ผ่านเส้นล่าง ก็ขึ้นไปหาเส้นบน จะเป็นแบบนี้ตลอด
-แล้วมันจะแบบนี้ตลอดเลยเหรอ
มันจะเป็นแบบนี้เฉพาะช่วงไซย์เวย์หนักๆเท่านั้น โดยส่วนมาก จะไม่เกิน 3 Top 3 Bottom ถ้าเกินคือกราฟเริ่มสะสมแรงเพื่อไปในทิศทางใดทิศทางหนึ่ง
- แล้วมีจุดสังเกตมั้ยว่ากราฟกำลังสะสมกำลังจะพุ่ง
   ดูง่ายๆเลยครับ ถ้าโบลินเจอร์แบนลู่เข้าหากัน หมายความว่า เป็นลักษณะคอคอด หรือขอขวดนัั่นแหระ ให้้เตรียมพร้อมไว้เลย ว่ากราฟจะกำลังจะไปในทิศทางใด ทิศทางหนึ่ง
วันนี้พอแค่นี้ก่อนนะครับ ผมให้การบ้านกับคนที่อ่านทุกคน จินตนาการตามที่ได้อ่าน แล้วลองดูกราฟ ตอนนี้ผมยังไม่ทำรูปให้ดู แล้วมาดูกันว่า รูปตามจินตนาการของคุณกับของ 9prof จะเหมือนกันมั้ยครับ ฝากไว้เป็นการบ้านนะครับ

มาดูกันต่อนะครับ ว่า  Bollinger band มีวิธีใช้อย่างไร
1.Up Trend ชนขอบบนแล้วทะลุ และราคาเกาะเส้น Upper Line ไปเรื่อยๆ นั่นหมายความว่า UpTrend Strong แนวโน้มขาขึ้นยังคงไปได้เรื่อยๆ
ดูรูปตัวอย่างด้านล่างครับ


2.DownTrend ชนขอบล่างแล้วทะลุขอบล่างลงมา เมื่อราคาเกาะขอบล่างลงมา ราคาจะไปต่อได้เรื่อยๆ วิธีสังเกตคือ ถ้าราคาปิดของแท่งเทียนปิดใกล้กับเส้นขอบล่าง นั่นหมายความว่า แนวโน้มลงยังคงดำเนินต่อไป และแนวโน้มขาลงมักจะเคลื่อนที่แบบต่อเนื่อง และรวดเร็วกว่าแนวโน้มขาขึ้นมากๆ
ดูตัวอย่าง แนวโน้มขาลงจาก Bollinger band กันเลยครับ



3.Sideway  เมื่อราคาไซด์เวย์ โบลินเจอร์แบนจะเคลื่อนตัวขนานราบ (Flat) หลักการเทรดด้วย Flat แบบนี้ก็คือ เมื่อราคาชนขอบบนแล้วมีแท่งเทียนกลับตัว ให้เปิดออเดอร์ Sell ทันที และเมื่อราคาชนขอบล่างแล้วมีแท่งเทียนกลับตัวขึ้นไป ให้เปิดออเดอร์ Buy ทันทีครับ ดังรูปตัวอย่างด้านล่าง

ด้านบนเป็นตัวอย่างการเข้าซื้อ ขายโดยใช้ Bollinger Band นะครับ จากรูปดูเหมือนง่ายนะครับ เพราะว่ามันเป็นกราฟย้อนหลัง การดูสัญญาณเพียวๆจากโบลินเจอร์แบนตัวเดียวค่อนข้างจะยากนิดนึงครับ เราต้องอาศัยดูแท่งเทียนตอนกลับตัวด้วย แต่อินดี้ตัวนี้จะเหมาะกับพวกชาวสวนมากกว่า เพราะฉะนั้น ผมจึงต้องหาอินดิเคเตอร์อีกตัวเพื่อเป็นตัวกรองสัญญาณอีกทีครับ เพื่อใช้ร่วมกับ Bollinger band

Indicator ตัวแรกที่ใช้กับ Bolinger band คือ Relative Strength Index (RSI) ; RSI เป็นตัวชี้วัดที่บอก Overbought ( Above 70 ) และ OverSold (Below 30)  และ Pivot (50 level)

1. RSI อยู่เหนือ Level 70 ; แบบนี้บ่งบอกว่าราคาได้ขึ้นมากแล้ว และกำลังจะกลับตัว ดูกราฟเลยครับ

2.Rsi อยู่ต่ำกว่า Level 30 ; ถ้า Rsi บ่งบอกแบบนี้หมายความว่า ราคาได้ลงมามากแล้ว และพร้อมที่จะกลับตัวขึ้นไปอีกครั้ง ดูภาพด้านล่างประกอบเลยครับ


จากรูปเห็นมั้ยครับ Rsi เกิด Oversold แล้วขณะที่ราคาแท่งเทียนทะลุขอบล่างแล้วกลับตัวขึ้นไปอีก แบบนี้ให้เราสังเกตไว้เลยครับ ว่าถ้า Rsi เกิด Oversold แล้วมีแท่งเทียนกลับตัว ให้เราเตรียมตัวเปิดออเดอร์ Buy ได้เลยครับ แล้วตั้ง Stop Loss ไว้ที่ Low ของแท่งเทียนก่อนหน้านั้น

3. RSI ที่ Level 50 (Pivot) โดยส่วนมากนะครับ Level 50 นี้ จะมีสำคัญมาก เทรดเดอร์บางท่านใช้ Level 50 นี้แหระครับ ในการตัดสินใจเทรด ถ้าทะลุ Level 50 ขึ้นไปก็ Buy ตาม แต่ถ้า Rsi ทะลุ Level 50 ลงมา ก็ Sell ตาม ดังรูปด้านล่างครับ

การใช้ Bollinger Band ควบคู่กับ RSI ก็เป็นอีกวิธีหนึ่งที่สามารถทำกำไรได้ง่าย แต่ทุกอย่างขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของเรานะครับ บางครั้งผมเห็นสัญญาณกลับตัว ก็ยังไม่กล้าเข้าเลย ก็เพราะความกลัวนี่แหระครับ ทำให้พลาดโอกาสหลายๆครั้ง เพราะฉะนั้นเทรดเดอร์ควรจะชนะความกลัวของตัวเองก่อนนะครับ จึงจะประสบความสำเร็จจากการเทรด โชคดีครับ 9prof


Friday, September 10, 2010

วิเคราะห์แนวโน้มโดยใช้ทฤษฎีคลื่น Elliott , fibonacci และ รูปแบบกราฟ (Chart pattern) ประจำสัปดาห์ที่ 6-10 กันยายน 2553

Elliott Wave and Fibonacci Analysis |6-10 September|
วิเคราะห์แนวโน้มอียู EUR/USD (วันพฤหัสบดี)  
จากกราฟ สี่ชั่วโมงของอียู จากเมื่อวานนี้ราคาได้ขึ้นไปปรับฐานที่ 1.2765 และไม่สามารถผ่านไปได้ ตอนนี้ราคาลงมาทดสอบเส้นแนวโน้ม Support Trendline อีกครั้ง ถ้าราคาไม่สามารถผ่านเส้นแนวโน้มและ Low เมื่อวานนี้ได้ (1.2660) ราคาจะขึ้นมาทดสอบ High 1.2765 อีกครั้ง และถ้าสามารถผ่านได้ จะไปที่ 1.2845-1.2875 ดังรูปด้านล่าง
Eur/usd trendline and chartpattern analysis
Support and resistance trendline analysis
การใช้ Elliott wave เพื่อนับคลื่น ตอนนี้ราคาวิ่งอยู่ระหว่าง wave b ลงมาหา wave c หลัก ในระหว่างนี้ ต้องมี 5 wave คือ wave ย่อย 1 2 3 4 5 ถ้า wave 1 คือ 1.2660 แล้ว wave 2 คือ 1.2765 ราคาตอนนี้อยู่ระหว่างกลางสอง wave นี้ ถ้าราคาจะลงไป wave 3 เป้าหมายอยู่ที่ 1.2590-80 หรืออาจจะมากกว่านั้น ดังรูปด้านล่าง


วิเคราะห์แนวโน้มอียู EUR/USD (วันพุธ)
ราคาเป้าหมายวันนี้อยู่ที่ 1.2765-1.2777  ตามรูปครับ 
trendline and fibonacci anylysis



EUR/USD ลงมาชนแนวรับ แล้วมีการปรับตัวขึ้นไปอีกครั้ง โดยเป้าหมายของราคาอยู่ที่ 1.2766


วิเคราะห์แนวโน้มอียู EUR/USD (วันอังคาร)
เมื่อวานนี้อียู EUR/USD ไม่สามารถผ่านแนวต้านที่เป็น wedge bullish ได้ ราคาจึงได้ปรับตัวลงมาและในช่วงเช้านี้ตลาดโตเกียวเปิด ราคาร่วงมาแตะระดับที่ 1.2788 และได้ปรับตัวขึ้นมา ซึ่งตอนนี้ราคาอยู่ที่ 1.2800
จากการวิเคราะห์โดยใช้ทฤษฎีคลื่นอีเลียต(Elliiott wave Theory)
wave หลัก 1 2 3 4 5 a b c (สีขาว) ผมยังคงมองเหมือนเดิม และ นับ เวฟย่อย a b c สมบูรณ์(สีเหลือง) ตอนนี้ราคาลงมาทำ wave 1 ซึ่งเป็นเวฟย่อย จากการนับคลื่นแบบนี้ ราคาต้องขึ้นไปทำ wave 2 ก่อนที่จะลงไปหา wave 3 ดูรูปกันเลยครับ
Elliot wave analysis  wave 1 2 3 4 5 a b c โดย 9prof.



ดูจากรูป เพื่อนๆก็น่าจะเข้าใจนะครับ  ถ้าราคามันลงจริงๆ จาก wave b ลงมา wave c หลัก  เราก็ควรนับ wave ย่อย 1 2 3 4 5 ลงมาด้วยครับ
 ** ลองหัดนับคลื่นกันดูนะครับ ถ้าไม่เข้าใจเกี่ยวกับ Elliott wave ถามได้ที่ช่อง Comment


EUR/USD (วันจันทร์)
แนวโน้มของอียูยังคงเป็นขาขึ้นอยู่นะครับ ซึ่งตอนนี้ราคากำลังทำ Wedge bullish รูปแบบลิ่มขาขึ้น ถ้าราคาสามารถทะลุผ่านเส้น Trendline ด้านบนได้ ราคาจะไปที่ 1.2961 โดยประมาณ ซึ่งเป็นเวฟ b หลัก และ wave  c ย่อย  ตามรูปของการวิเคราะห์โดยใช้ Eliiot wave and Fibonacci analysis นะครับ แต่ถ้าราคาไม่สามารถผ่านได้ จะลงที่เส้น Support Trendline ครับ
Chart Pattern



Elliott Wave and Fibonacci Retracement Analysis
elliott wave and fibonacci analysis
Elliott wave and fibonacci analysis

จากรูปด้านบน จะเห็นว่า ตำแหน่ง c(สีเหลือง) ของเวฟย่อย และตำแหน่ง b(สีขาว)ของเวฟหลัก ยังคงเป็นปัญหาสำหรับเราอยู่ ซึ่งเราไม่รู้ว่าจะจบตรงไหน เราก็ได้แต่ใช้ Fibonacci retracement หาราคาเป้าหมายของมัน ซึ่งเป้าหมายของ wave c ย่อย และ wave b หลัก คือเป้าหมายเดียวกัน
เป้าหมายแรกคือ ตำแหน่งที่ใกล้ที่สุด ที่ High 1.2855 ถึง Fibonacci retracement 38.2%(วัดจากhigh 1.3333 และ low 1.2589 ) ที่ราคา 1.2873
เป้าหมายที่สองของ wave c คือ Fibonacci Retracement 50.0% ที่ราคา 1.2961 ซึ่งเป็น Pivot point
และเป้าหมายสุดท้าย ที่ Fibonacci Retracement 61.8 ที่ราคา 1.3049
ซึ่งถ้าสามารถทะลุเป้าหมายสุดท้ายไปได้ การนับเวฟ อาจจะผิดพลาด ต้องเริ่มนับใหม่ เปลี่ยนเป็นนับขาขึ้นแทน (1 2 3 4 5 ) โดยมีเป้าหมายอยู่ที่เส้น Resistance Trendline
การนับคลื่นโดยใช้ทฤษฎีของ Elliott wave มีความยุ่งยากซับซ้อน แต่หากเรา เข้าใจถึงหลักการ และหัดวิเคราะห์ไปเรื่อยๆ เราจะสามารถวิเคราะห์ได้ และสามารถรู้ราคาเป้าหมายครับ หากใครที่ต้องการเป็นสวิงเทรดเดอร์(swing trader) หรือ Scalper ก็ควรจะศึกษา Elliott wave ควบคู่กับการศึกษา Fibonacci Retracement เพื่อหาราคาเป้าหมายครับ

จากกราฟ EUR/USD แนวโน้มยังอยู่ในระหว่างการปรับตัว จากกราฟที่ผมวิเคราะห์โดยใช้ Elliott wave ไว้ตอนต้นสัปดาห์ ดูได้ที่ลิ้งนี้ครับ http://9professionaltrader.blogspot.com/2010/08/elliott-waversi-anylysis-by.html
eurusd h4 rsi and elliot wave analysis
ราคาลงมาไม่ถึงจุด D แล้วก็กลับตัวขึ้นมา ซึ่งขึ้นไปทำ High ที่ 1.2855 จากการวิเคราะห์ โดยใช้ทฤษฎีคลื่นอิเลียต (Elliott wave Theory) และ Fibonacci Retracement เวฟ 1 2 3 4 5 ( ขาขึ้นยังคงเหมือนเดิม) จาก wave 5 มาที่ wave a ต้องมี 5 wave (1 2 3 4 5 )ย่อยเช่นเดียวกัน และจาก wave a ไปหา wave c ซึ่งเป็น wave ปรับตัว ต้องมี 3 waveย่อย (a b c ) ซึ่งรายละเอียดเกี่ยวกับการศึกษา Elliott wave สำหรับผู้เริ่มต้น ครับ เรามาดูรูปกันครับ

ผมหวังว่าบทความนี้คงเป็นประโยชน์แก่ผู้เริ่มต้นที่จะหัดศึกษาเกี่ยวกับทฤษฎีนับคลื่น Elliot wave นะครับ
หากมีข้อสงสัยเกี่ยวกับ Elliott wave และ Fibonacci retracement ถามได้ที่ช่อง Comment นะครับ

Tuesday, September 07, 2010

การวิเคราะห์แนวโน้มโดยใช้ Elliott wave ร่วมกับ Fibonacci

Thursday, September 02, 2010

การใช้ Fibonacci Retracement

Fibonacci เป็นเครื่องมือเครื่องมือที่ใช้วัดหา แนวรับ –แนวต้านและหาราคาเป้าหมายของราคาในตลาดForex เทรดเดอร์ส่วนใหญ่ใช้กันมากเพราะ Fibonacci ใช้ง่าย และเป็นพื้นฐานที่เราควรจะรู้
สัดส่วนของ fibonacci ได้แก่ 0 (0%) , 0.236(23.6%) ,0.382(38.2%) ,0.500(50%),0.618(61.8%) , 0.764(76.4%) , 1.00(100%), 1.382(138.2%) , 1.618(161.8%) , 2.618(261.8%) และ 4.236(423.6%) ดังรูปด้านล่าง
fibonacci-retracment
วิธีการใช้ Fibonacci ก่อนอื่น เรามาตั้งค่า Fibonacci ในโปรแกรม Mt4 ของเราก่อน ถ้าใครยังไม่รู้ ให้ไปดาวโหลดและดูวิธีการสมัครขั้นตอนการติดตั้งโปรแกรม Mt4 สำหรับเทรด forex
เลือก Fibonacci โดยเข้าไปที่ Insert >> Fibonacci >> Retracement แล้วก็เอามาลากบนกราฟ โดย Fibonacci แบบเดิมๆ ที่ให้มากับ Mt4 จะไม่มีราคาติดอยู่ที่ระดับต่างๆของ Fibonacci ดังรูปด้านล่าง
fibonacci-retracment
-เมื่อเรามี Fibonacci อยู่บน Chart แล้ว ให้ คลิกขวาที่ Chart เลือก Objects List แล้วเลือก Fibo จากนั้นเลือก Edit
-เมื่อคลิกที่ Edit แล้ว ให้คลิกที่ Fibo Levels จากนั้นให้เติมคำว่า =%$ ลงไปต่อท้ายที่ช่อง Descriptions ทุกตัว
Edit-fibo
-เมื่อ ทำเสร็จแล้วจะได้ดังรูป
fibonacci-retracment-1
การใช้ Fibonacci Retracement
1. ใช้เพื่อหาแนวรับแนวต้าน (Support and Resistance)
-หา จุดต่ำสุด(Low) และ หาจุดสูงสุด High ก่อน โดยหาจากยอดคลื่นล่าสุด และ ก้นบึ้งล่าสุด ดังรูป
fibonacci-retracment
เมื่อราคาได้เคลื่อนตัวลงมาแล้ว ราคาจะขึ้นไปปรับตัวที่ระดับ Fibonacci Retracement 38.2 , 50.0 และ 61.8 เราสามารถใช้ จุดเหล่านี้เป็นแนวต้านของราคาได้ ถ้าราคาไม่สามารถผ่านแนวต้าน (resistance ) นี้ได้ ราคาก็จะปรับตัวลงต่อ และมาทดสอบที่ Low เดิม แต่ถ้าสามารถผ่าน แนวต้านนี้ได้ ราคาก็จะกลับไปทดสอบ High เดิม เช่นเดียวกัน
2.ใช้ Fibonacci Retracement เพื่อหาราคาเป้าหมาย (Target price )
-ทุกๆครั้งที่เราทำการเข้าเทรด เมื่อเข้าไปแล้ว เราก็ต้องหาราคาเป้าหมาย ว่ามันควรจะไปถึงไหน ซึ่ง Fibonacci Retracement สามารถบอกเราได้ ว่ามันควรจะไปแค่ไหน แต่จงจำไว้นะครับ ว่าทุกอย่างเป็นเพียงแค่การคาดการณ์ ไม่ได้ตรงแปะเสมอไป
fibonacci-retracment
จากรูปด้านบน จะเห็นว่า ราคาสวิงขึ้นจาก Low ไปที่ High แล้วราคามีการปรับตัวลงมา ตำแหน่งที่ปรับฐาน หรือ แนวรับ ที่เราควรจะสังเกตก็คือ ที่ระดับ Fibonacci Retracement 61.8 , 50.0 และ 38.2 จากรูปด้านบนจะเห็นว่าราคาไม่สามารถผ่าน 50.0 ไปได้ หรือบางครั้งเราอาจจะเรียกตำแหน่งนี้ว่า Pivot Point เมื่อราคาดีดตัว ตรงนี้ เราก็คาดการณ์ได้เลย ว่ามันต้องขึ้นแน่ๆ ก็ เปิด Long (Buy) ได้เลย แล้ว ตั้ง TARGET ไว้ที่ Fibonacci Retracement 161.8
หวังว่าวิธีนี้คงเป็นประโยชน์ กับเพื่อนๆนะครับ หากมีข้อสงสัยอะไร สามารถ Comment ไว้เลยนะครับ ผมจะกลับมาตอบให้

Wednesday, September 01, 2010

The 5 Steps to becoming a trader

The 5 Steps to becoming a trader


Step One: Unconscious Incompetence.


This is the first step you take when starting to look into trading. you know that its a good way of making money because you've heard so many things about it and heard of so many millionaires. Unfortunately, just like when you first desire to drive a car you think it will be easy - after all, how hard can it be? Price either moves up or down - what's the big secret to that then - lets get cracking!
Unfortunately, just as when you first take your place in front of a steering wheel you find very quickly that you haven't got the first clue about what you're trying to do. You take lots of trades and lots of risks. When you enter a trade it turns against you so you reverse and it turns again .. and again, and again.
You may have initial success, and thats even worse - cos it tells your brain that this really is simple and you start to risk more money.
You try to turn around your losses by doubling up every time you trade. Sometimes you'll get away with it but more often than not you will come away scathed and bruised You are totally oblivious to your incompetence at trading.
This step can last for a week or two of trading but the market is usually swift and you move onth the next stage.

Step Two - Conscious Incompetence


Step two is where you realise that there is more work involved in trading and that you might actually have to work a few things out. You consciously realise that you are an incompetent trader - you don't have the skills or the insight to turn a regular profit.
You now set about buying systems and e-books galore, read websites based everywhere from USA to the Ukraine. and begin your search for the holy grail. During this time you will be a system nomad - you will flick from method to method day by day and week by week never sticking with one long enough to actually see if it does work. Every time you come upon a new indicator you'll be ecstatic that this is the one that will make all the difference.
You will test out automated systems on Metatrader, you'll play with moving averages, Fibonacci lines, support & resistance, Pivots, Fractals, Divergence, DMI, ADX, and a hundred other things all in the vein hope that your 'magic system' starts today. You'll be a top and bottom picker, trying to find the exact point of reversal with your indicators and you'll find yourself chasing losing trades and even adding to them because you are so sure you are right.
You'll go into the live chat room and see other traders making pips and you want to know why it's not you - you'll ask a million questions, some of which are so dumb that looking back you feel a bit silly. You'll then reach the point where you think all the ones who are calling pips after pips are liars - they cant be making that amount because you've studied and you don't make that, you know as much as they do and they must be lying. But they're in there day after day and their account just grows whilst yours falls.
You will be like a teenager - the traders that make money will freely give you advice but you're stubborn and think that you know best - you take no notice and overtrade your account even though everyone says you are mad to - but you know better. You'll consider following the calls that others make but even then it wont work so you try paying for signals from someone else - they don't work for you either.
You might even approach a 'guru' like Rob Booker or someone on a chat board who promises to make you into a trader(usually for a fee of course). Whether the guru is good or not you wont win because there is no replacement for screen time and you still think you know best.
This step can last ages and ages - in fact in reality talking with other traders as well as personal experience confirms that it can easily last well over a year and more nearer 3 years. This is also the step when you are most likely to give up through sheer frustration.
Around 60% of new traders die out in the first 3 months - they give up and this is good - think about it - if trading was easy we would all be millionaires. another 20% keep going for a year and then in desperation take risks guaranteed to blow their account which of course it does.
What may suprise you is that of the remaining 20% all of them will last around 3 years - and they will think they are safe in the water - but even at 3 years only a further 5-10% will continue and go on to actually make money consistently.
By the way - they are real figures, not just some ive picked out of my head - so when you get to 3 years in the game dont think its plain sailing from there.
Iv had many people argue with me about these timescales - funny enough none of them have been trading for more that 3 years - if you think you know better then ask on a board for someone who's been trading 5 years and ask them how long it takes to become fully 100% proficient. Sure i guess there will be exceptions to the rle - but i havent met any yet.
Eventually you do begin to come out of this phase. You've probably committed more time and money than you ever thought you would, lost 2 or 3 loaded accounts and all but given up maybe 3 or 4 times but now its in your blood
One day - im a split second moment you will enter stage 3.

Step 3 - The Eureka Moment


Towards the end of stage two you begin to realise that it's not the system that is making the difference. You realise that its actually possible to make money with a simple moving average and nothing else IF you can get your head and money management right You start to read books on the psychology of trading and identify with the characters portrayed in those books and finally comes the eureka moment.
The eureka moment causes a new connection to be made in your brain. You suddenly realise that neither you, nor anyone else can accurately predict what the market will do in the next ten seconds, never mind the next 20 mins.
Because of this revelation you stop taking any notice of what anyone thinks - what this news item will do, and what that event will do to the markets. You become an individual with your own method of trading
You start to work just one system that you mould to your own way of trading, you're starting to get happy and you define your risk threshold.
You start to take every trade that your 'edge' shows has a good probability of winning with. When the trade turns bad you don't get angry or even because you know in your head that as you couldn't possibly predict it it isn't your fault - as soon as you realise that the trade is bad you close it . The next trade or the one after it or the one after that will have higher odds of success because you know your system works.
You stop looking at trading results from a trade-to-trade perspective and start to look at weekly figures knowing that one bad trade does not a poor system make.
You have realised in an instant that the trading game is about one thing - consistency of your 'edge' and your discipline to take all the trades no matter what as you know the probabilities stack in your favour.
You learn about proper money management and leverage - risk of account etc etc - and this time it actually soaks in and you think back to those who advised the same thing a year ago with a smile. You weren't ready then, but you are now. The eureka moment came the moment that you truly accepted that you cannot predict the market.

Step 4 - Conscious Competence


You are making trades whenever your system tells you to. You take losses just as easily as you take wins You now let your winners run to their conclusion fully accepting the risk and knowing that your system makes more money than it looses and when you're on a loser you close it swiftly with little pain to your account
You are now at a point where you break even most of the time - day in day out, you will have weeks where you make 100 pips and weeks where you lose 100 pips - generally you are breaking even and not losing money. You are now conscious of the fact that you are making calls that are generally good and you are getting respect from other traders as you chat the day away. You still have to work at it and think about your trades but as this continues you begin to make more money than you lose consistently.
You'll start the day on a 20 pip win, take a 35 pip loss and have no feelings that you've given those pips back because you know that it will come back again. You will now begin to make consistent pips week in and week out 25 pips one week, 50 the next and so on.
This lasts about 6 months

Step Five - Unconscious Competence


Now we’re cooking - just like driving a car, every day you get in your seat and trade - you do everything now on an unconscious level. You are running on autopilot. You start to pick the really big trades and getting 200 pips in a day doesnt make you any more excited that getting 1 pips.
You see the newbies in the forum shouting 'go dollar go' as if they are urging on a horse to win in the grand national and you see yourself - but many years ago now.
This is trading utopia - you have mastered your emotions and you are now a trader with a rapidly growing account.
You're a star in the trading chat room and people listen to what you say. You recognise yourself in their questions from about two years ago. You pass on your advice but you know most of it is futile because they're teenagers - some of them will get to where you are - some will do it fast and others will be slower - literally dozens and dozens will never get past stage two, but a few will.
Trading is no longer exciting - in fact it's probably boring you to bits - like everything in life when you get good at it or do it for your job - it gets boring - you're doing your job and that's that.
Finally you grow out of the chat rooms and find a few choice people who you converse with about the markets without being influenced at all.
All the time you are honing your methods to extract the maximum profit from the market without increasing risk. Your method of trading doesnt change - it just gets better - you now have what women call 'intuition'
You can now say with your head held high "I'm a currency trader" but to be honest you dont even bother telling anyone - it's a job like any other.
I hope youve enjoyed reading this journey into a traders mind and that hopefully youve identified with some points in here.
Remember that only 5% will actually make it - but the reason for that isnt ability, its staying power and the ability to change your perceptions and paradigms as new information comes available.
The losers are those who wanted to 'get rich quick' but approached the market and within 6 months put on a pair of blinkers so they couldnt see the obvious - a kind of "this is the way i see it and thats that" scenario - refusing to assimilate new information that changes that perception.
Im happy to tell you that the reason i started trading was because of the 'get rich quick' mindset. Just that now i see it as 'get rich slow'
If youre thinking about giving up i have one piece of advice for you ....
Ask yourself the question "how many years would you go to college if you knew for a fact that there was a million dollars a year job at the end of it?

การเทรดข่าวนอนฟาม (Trading Non-Farm Payroll)

การเทรดข่าวนอนฟาม (Trading Non-Farm Payroll)



สวัสดีครับเพื่อนชาวบล๊อกเกอร์ 9professionaltrader ทุกคน วันนี้ผมขอนำเสนอวิธีการเทรดข่าวนอนฟาม(Non-Farm-Payroll)
การเทรดข่าวนอนฟาม( Trading Non-Farm Payroll)

Trading Nonf-Farm payroll
ดาวโหลด E-book traing non-farm payroll เพื่อไว้ใช้งาน
การเทรดข่าวได้กลายเป็นที่นิยมมากในหมู่ฟอเร็กเทรดเดอร์อย่างเราๆทั้งหลาย ด้วยเหตผลที่ง่าย ตามที่ข่าวได้ออกจากรัฐบาลของสหรัฐอเมริกา ค่าเงินหลายตัวเกิดการสวิงอย่างรุนแรงในช่วงนาที(หรือบางครั้งอาจจะเป็นวินาทีเลยก็ได้) ซึ่งสิ่งนี้แหระ ได้เป็นสิ่งยั่วยวนใจมากให้กับเทรดเดอร์ทั้งหลาย เพราะมันสามารถได้กำไรเร็วในช่วงเวลาที่สั้น ๆ

ก่อนอื่นเลยเรามาทำความรู้จักกับนอนฟามกันก่อนนะครับ
ราชาของตัวเลขเศรษกิจทั้งหลายถูกเรียกว่า Non-Farm payroll ซึ่งมันจะเกิดขึ้นในสหรัฐอเมริกาเดือนละหนึ่งครั้ง จะเกิดขึ้นในวันศุกร์ สัปดาห์แรกของเดือน ข่าวนอนฟาม Non-Farm payroll นี้จะรายงานตัวเลขการจ้างงานทั้งหมดของคนงานสหรัฐในธุรกิจต่างๆ

ข่าวนอนฟาม NFP ( Non-Farm payroll ) นี้จะส่งผลกับจียู (GBP/USD) มากที่สุด ตัวเลขของข่าวนอนฟามจะออกเวลา 8.30ET (19.30 เวลาบ้านเรา) ในช่วงก่อนเวลา 19.30 ราคาจะสวิงขึ้นลง เกิด gap(ช่องว่าง) ขึ้นลงหาทิศทางไม่ได้ ซึ่งเราไม่รู้ราคามันจะไปทางไหน สิ่งที่เราควรทำก็คือ รอ อย่าพึ่งเข้าออเดอร์ใดๆ

ขั้นตอนแรก : ให้รอแท่งแรก ของแท่ง 5 นาที หลังจากเวลา 8.35 ( เราจะใช้ Bar chart นะครับ ) ซึ่งเราจะเรียกแท่งหลังจาก 8.35 นี้ว่า Inside Bar ซึ่ง High และ Low ของ Inside Bar แท่งนี้ต้องไม่สูงกว่าและต่ำกว่า แท่งก่อนหน้านี้

Non-Farm payroll

เรามาดูวิธีการเทรดทั้งสองแบบกันนะครับ ทั้ง Short และ Long จาก Trading Non-Farm payroll
วิธีแรก การเข้า Long

-จากกราฟด้านบนจะเห็นว่า เมื่อข่าว non-farm payroll ออกมาแล้ว เราจะเห็นกราฟแท่งแรกสวิงแรงมาก ขึ้นลง โดยไม่มีทิศทาง สิ่งที่เราควรจะทำคืออยู่นิ่ง แล้วรอ Inside Bar แท่งที่สองต่อจากแท่งนอนฟาม
-แท่งที่สองนี้ เราจะใช้หา ราคาเข้าและกำหนดจุด Stop loss
-แท่งที่สาม เราจะใช้ในการเข้า จากรูปด้านบน เราจะเข้า Buy (Long) ที่ราคาสูงสุด(+2 ถึง 5จุด )ของแท่งที่สอง แล้วตั้ง Stop Loss ที่ราคาต่ำสุดของแท่งที่สอง

วิธีที่สอง การเข้า Short (Sell)



จากกราฟด้านบน เมื่อราคาสามารถทะลุ Low ของ Inside Bar ได้ เราจะเข้า Short (Sell) ทันที และตั้ง Stop Loss ไว้ที่ High ของ แท่ง Inside Bar

วิธีการเทรดข่าวนอนฟาม (Trading Non-Farm payroll ) นี้ เราไม่จำเป็นต้องรอเฉพาะข่าวนอนฟามเพียงอย่างเดียว เราสามารถประยุกต์วิธีการนี้ใช้กับข่าวอื่นๆได้ หรือแม้แต่ เทรดโดยไม่ต้องมีข่าวในบางครั้ง กราฟในบางครั้งก็ขึ้นลงโดยที่เราไม่รู้ว่ามีข่าวอะไร ก็ให้สังเกต Inside Bar ที่เกิดขึ้น แล้วเราก็กำหนดจุดเข้าออกจาก Inside Bar นี้ เราก็สามารถมีกำไรจากวิธีการเทรดแบบนี้ได้ครับ
วิธีนี้ในความเห็นส่วนตัวของผม ก็เหมือนกับการเทรดแบบ Break out ซึ่งผมจะเขียนวิธีนี้ในโอกาสหน้าครับ ติดตามได้ที่ 9professionaltraer ครับ
ตัวอย่างและวิธีการเทรดแบบนอนฟามนี้ผมจะอัพขึ้น Blog เรื่อยๆนะครับ

วิธีการเทรดข่าวนอนฟามในสไตล์ของ 9professionaltrader (Trading Non-Farm Payroll Style 9Professionaltrader)